วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

เหตุใดชาวพุทธแม้มีหลายนิกาย ก็ยังอยู่ร่วมกันได้โดยไม่กระทบกระทั่งกัน


เหตุใดชาวพุทธแม้มีหลายนิกาย
ก็ยังอยู่ร่วมกันได้โดยไม่กระทบกระทั่งกัน

หลวงพ่อตอบปัญหา
เรื่อง : พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
จากวารสารอยู่ในบุญฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2557

คนในโลกนี้มีหลากหลายความเชื่อ บางครั้งก็มีความเห็นไม่ลงรอยกัน

แต่..เหตุใดชาวพุทธแม้มีหลายนิกาย ก็ยังอยู่ร่วมกันได้โดยไม่กระทบกระทั่งกัน?


     ศาสนิกต่างศาสนาท่านหนึ่งได้พบกับหลวงพ่อ ได้สนทนากัน เขาเอ่ยความในใจขึ้นมาว่าทุกคนในโลกต่างก็อยากเห็นชาวโลกเป็นสุขด้วยกันทั้ง นั้น แต่ในข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือวิธีตัดสินใจต่าง ๆ โดยรายละเอียดมักจะมีข้อขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำ แม้แต่ในศาสนาเดียวกันก็ยังไม่วายมีข้อขัดแย้งกัน

     เขารู้อีกว่า ในพระพุทธศาสนาของ เราก็มีหลายนิกายเหมือนกัน แต่ทว่าในพระพุทธศาสนาแม้มีหลายนิกายก็ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ถึงกับยกพวกมาลุยกันหรืออะไรอย่างนั้น ตรงนี้เขาเห็นแล้วก็ชื่นชม แล้วก็เลยถามมา ซึ่งเป็นคำถามที่หลวงพ่อประทับใจว่าเขาเข้าใจถาม มีประโยชน์ แล้วคำตอบก็น่าจะได้รู้ทั่วกันทั้งชาวพุทธและชาวโลกเขาถามว่า
ชาวพุทธแม้ต่าง นิกาย ทำไมจึงไม่มีการกระทบกระทั่งกัน เห็นมาร่วมกันทำบุญหลวงจีนก็นุ่งห่มแบบหลวงจีน หลวงเกาหลีคล้ายหลวงจีน แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างอยู่บ้าง หลวงลามะจากทิเบตก็อีกอย่างหนึ่ง ในความแตกต่างอย่างนี้ มีวิธีที่จะทำความเข้าใจและก่อให้เกิดความสมัครสมานกันขึ้นมาได้อย่างไร ที่เขาถามอย่างนี้ก็เพื่อว่า เมื่อรู้แล้วจะได้ใช้หลักเดียวกันนี้ในกลุ่มศาสนาเดียวกันกับของเขา เพราะเขาก็ไม่อยากเห็นผู้ที่นับถือศาสนาเดียวกันกับเขาขัดแย้งกัน แล้วก็อยากจะเห็นทั้งศาสนาที่เขานับถือกับศาสนาพุทธของเราอยู่ร่วมกันด้วยดี แต่จะมีวิธีจัดการอย่างไรในส่วนที่ไม่ตรงกัน

ซึ่งหลวงพ่อให้ข้อคิดกับเขาไปตั้งแต่เริ่มต้นว่า

     1. คนเหมือนกัน เกิดเป็นคนต่างก็มีคุณค่าคนเราไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหน เป็นชนชาติเผ่าพันธุ์อะไรก็ช่างเถิด เขาก็เป็นคน เราก็เป็นคน แล้วก็มีองค์ประกอบเหมือน ๆ กัน คือ

              • มีกายที่ประกอบด้วยเลือดด้วยเนื้อเหมือนกัน

            • มีใจใส ๆ ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใจไม่ใส แล้วไม่ได้สร้างบุญมามากพอ ไม่ได้เกิดเป็นคนหรอก ในโลกนี้ถ้าเราเทียบกันระหว่างจำนวนมนุษย์กับสัตว์ทั้งหลาย เมื่อเทียบกันแล้วจำนวนมนุษย์น้อยกว่าสัตว์ตั้งเยอะ อย่าว่าแต่เอามาเทียบกันทั้งโลกเลย เอาแค่เทียบที่บ้านตัวเอง จำนวนคนในบ้านต่อให้ครอบครัวใหญ่ ก็มีไม่กี่สิบคน แต่เมื่อนับจำนวนสัตว์ในบ้านดู บางคนอาจจะบอกว่าที่บ้านไม่เลี้ยงสุนัข ไม่เลี้ยงแมว แล้วคุณเคยนับมดไหมว่าทั้งบ้านมีสักกี่ตัว จิ้งจกกี่ตัว ตุ๊กแกกี่ตัวยุงกี่ตัว แมลงต่างๆ กี่ตัว ถ้าอย่างนี้ก็จะเห็นได้ว่าระหว่างมนุษย์กับสัตว์เทียบสัดส่วนกันไม่ได้เลย ไม่ว่าบ้านไหนสัตว์ก็มากกว่าคน ไม่ว่าในประเทศไหน ๆ สัตว์ก็ต้องมากกว่าคน หรือแม้กระทั่งในโลกทั้งโลกนี้ สัตว์ก็มีมากกว่ามนุษย์ชนิดเทียบกันไม่ได้เลยระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เมื่อเกิดมาแล้วอย่างไหนจะสร้างคุณประโยชน์ให้กับตัวเอง สร้างคุณประโยชน์ให้กับโลกได้มากกว่ากัน ใครที่มีใจเป็นกลางก็ต้องมองเห็นว่า ถึงอย่างไรมนุษย์ก็สร้างคุณประโยชน์ให้กับตัวเอง ให้กับชาวโลก ให้กับโลกใบนี้ได้มากกว่าสัตว์เป็นแน่แท้ถามว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์กับการ เกิดเป็นสัตว์ อย่างไหนจะโชคดีกว่ากัน? ถึงอย่างไรมนุษย์ก็โชคดีกว่าสัตว์อย่างแน่นอนการที่จะเกิดเป็นมนุษย์ เกิดเป็นสัตว์ ขึ้นอยู่กับอะไร? ในศาสนาอื่นเขาบอกว่า ศาสดาของเขาสอนว่าใครจะเกิดมาเป็นมนุษย์ ใครจะเกิดมาเป็นสัตว์ ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของผู้สร้างโลกที่เขานับถือ

      ในพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ทั้งคนและสัตว์มีส่วนที่เหมือนกันคือล้วนรักสุขเกลียดทุกข์เหมือน กัน คนพูดภาษาสัตว์ไม่ได้ สัตว์ก็พูดภาษาคนไม่ได้ แต่ดูได้จากลักษณะท่าทางของเขาก็รู้ว่า รักสุขแล้วเกลียดทุกข์เหมือนกันในพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาทรงเป็นผู้ค้นพบความจริงของสรรพสิ่งทั้งหลาย ในการค้นพบนั้น ทรงค้นพบจากการทำสมาธิ(Meditation) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงฝึกพระองค์อย่างนี้ ทรงทำสมาธิเพื่อทำให้ใจใส ๆ ส่วนระยะเวลาที่ฝึกก็ไม่ใช่แค่เป็นวัน ไม่ใช่แค่เป็นเดือน แต่ทรงฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่องมานับภพนับชาติไม่ถ้วน แม้ในชาติสุดท้ายก็ทรงฝึกนานหลายปี



    

 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้ความจริงของทุกสิ่งทุกอย่างโดยอาศัยการทำสมาธิให้ ใจใส ๆ พอใสแล้วใจจะสว่าง สว่างแล้วก็จะเห็นความจริง พระพุทธองค์ทรงพบว่า คนทุกคนนั้น ถึงคราวละโลกไปก็ยังมีชีวิตหลังความตาย ไม่ได้ตายแล้วสูญ ถ้าตั้งใจทำความดี ความดีที่ทำไว้ก็จะส่งผลให้เปลี่ยนตัวเองจากคนไปเป็นเทวดา นางฟ้า ไปอยู่ในภพภูมิใหม่ที่เป็นสุข ที่เรียกว่า สวรรค์ คนที่ทำไม่ดี ตายแล้วก็ไม่สูญ แต่ว่าผลของความเลวจะส่งเขาไปอยู่ในภพภูมิที่เดือดร้อน ไปอยู่แล้วเป็นทุกข์ เรียกว่า นรก

     บางคนถึงจะเป็นคนเลว แต่ก็ยังไม่เลวสุด ๆ ผลของความเลวส่งให้ไปเกิดแค่เป็นสัตว์เท่านั้นแทนที่จะไปถึงนรก ถ้าไม่เลวเกินไปจนกระทั่งไปเป็นสัตว์นรก ก็มาเป็นสัตว์เดรัจฉานอย่างที่พวกเราเห็น เช่น มด ปลวก เป็นต้น

     2. เกิดเป็นคนย่อมต้องการโอกาสกลับเนื้อกลับตัวพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบอีก ว่า หลังจากที่รับโทษไปแล้ว พวกที่ไปตกนรกและรับโทษพอสมควรแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาแก้ตัวอีก ในระหว่างที่เกิดเป็นสัตว์ ถ้าระมัดระวังตัวดี ไม่ใช่สัตว์เกเร ความไม่ดีก็ค่อย ๆ คลายตัวไป พวกนี้มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นคนอีกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพบว่า คนสามารถไปเกิดเป็นสัตว์ และสัตว์ก็สามารถกลับมาเกิดเป็นคนได้ การเกิดเป็นคนทำให้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวใหม่ ถ้ากลับเนื้อกลับตัวได้ ก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลับไปเกิดเป็นสัตว์อีก แต่การกลับเนื้อกลับตัวได้นั้น ไม่ใช่ว่าคนโน้นคนนี้ไปเสกให้แต่เขาต้องปรับปรุงตัวเอง
     การดำเนินชีวิตในวิถีชาวพุทธจึงมีคำว่า “ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว” ดังนั้นผลของกรรมดีก็คือ เวลาทำดีก็ต้องได้รางวัลกันบ้าง ส่วนผลของกรรมชั่วก็คือ เวลาทำชั่วก็ต้องลงโทษกันบ้าง แต่เมื่อพ้นโทษแล้วก็ให้โอกาสกลับตัวใหม่ เพราะทุกชีวิตในโลกนี้ต่างยังตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม คือกฎแห่งการรับผลการกระทำที่คน ๆ นั้นได้ทำไว้นั่นเอง

     3. ให้เวลาแต่ละคนแก้ไขตัวเองพระพุทธศาสนาสอนให้มุ่งมั่นทำความดีเรื่อยไป ส่วนที่เป็นความดีก็ทำไปมาก ๆ ส่วนที่ยังไม่ดีก็ปล่อยเวลาให้เขาได้มีเวลาแก้ไขตัวเอง เพราะคิดอย่างนี้ชาวพุทธแม้ต่างนิกายก็ไม่ทะเลาะกัน เพียงแต่ว่าความเชื่อยังไม่ตรงกัน ต่างคนก็ไปฝึกสมาธิให้ใจใส ๆ พอใจใสแล้ว เดี๋ยวก็เห็นความจริงตรงกัน

     4. ใจใส ๆ จากสมาธิทำให้เห็นความจริงตรงกันความที่คนในโลกนี้ต่างก็เป็นคนเหมือนกัน ทำให้แม้ต่างศาสนากันก็นั่งสมาธิด้วยกันได้ เมื่อนั่งสมาธิให้ใจใส ๆ แล้ว เดี๋ยวก็ต้องเห็นตรงกัน ธรรมชาติของใจที่สะอาดบริสุทธิ์จะปรับเข้าหากันได้เองโดยธรรมชาติ เหมือนน้ำบริสุทธิ์ที่ไม่ว่าจะอยู่บนยอดเขา บนท้องฟ้า ในแม่น้ำ เมื่อนำมารวมกันก็ย่อมมีความเข้ากันได้ สิ่งนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า แม้ต่างศาสนา เราก็เป็นเพื่อนร่วมโลก เป็นเพื่อนนั่งสมาธิร่วมกันได้ ขอเพียงต่างคนต่างทำความดีให้มาก ๆ ส่วนข้อบกพร่องต่าง ๆ ปล่อยให้ต่างคนได้แก้ไขตัวเอง แล้วนั่งสมาธิกันไปทุกวัน พอนั่งสมาธิใจใสก็จะอยากปรับตัวปรับใจเข้าหากันเอง เห็นตรงกันเอง

     ดังนั้น ถ้าอยากจะให้ชาวโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ขัดแย้งกัน ไม่เบียดเบียนกันก็ช่วยกันชวนชาวโลกทั้งหมดมาเป็นเพื่อนนั่งสมาธิกัน..

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกาย ทำธุรกิจเพื่อหาเงินใช้จ่ายในวัด จริง หรือ ไม่ ?

คำถาม: เคยมีข่าวว่า วัดพระธรรมกายใช้ที่ดินมาก ใช้เงินในการดูแลวัดพัฒนาพระ เณร อุบาสก อุบาสิกามาก ก็เลยมีการทำธุรกิจการค้าเพื่อหาเงินใช้จ่ายในวัด ข่าวนี้กราบขอความกรุณาให้หลวงพ่อชี้แจงด้วย?

คำตอบ: โยม ธุรกิจไม่ใช่เรื่องของพระ ที่เราเป็นอยู่ได้ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วใช้หลักง่ายๆ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านให้เอาไว้ รวมกับหลักการของคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของพวกเรามาแต่ต้น หลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้คาถาเรียกเงินสร้างวัดไว้ 3 บท คือ

 
มนต์บทที่ 1 กวาดวัดให้สะอาด เพราะถ้าวัดสะอาดแล้วคนที่เขาตั้งใจมาทำบุญ สมมติว่าตั้งใจจะมาทำสัก 10 บาท มาถึงเห็นวัดสะอาดสะอ้าน น่ายืน น่าเดิน แม้กระทั่งน่านอนในศาลา จากเดิมที่คิดจะทำบุญ 10 บาท ก็มีสิทธิ์เพิ่มเป็น 100 บาท ถ้าตั้งใจทำบุญ 100 บาท ก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเงาตามตัว
อุปกรณ์ทำความสะอาดนี่สำคัญมาก อย่ามองไม้กวาด มองผ้าขี้ริ้ว หรือถังขยะว่ามันเป็นไม้กวาด ผ้าขี้ริ้ว ถังขยะที่สกปรกโสโครก แต่ขอให้มองว่าของเหล่านี้ คือเทพธิดาแห่งความสะอาด ไม้กวาดที่เรากวาดขยะมีฤทธิ์ดึงดูดสมบัติติดปลายไม้กวาดมาได้นะ ทั้งผ้าขี้ริ้ว ทั้งถังขยะ มีมนต์เรียกสมบัติของพระศาสนาติดอยู่ทั้งนั้น
แล้วท่านก็ยังบอกว่า วัดที่ไม่รักษาความสะอาด โยมมาครั้งใด ศาลาก็รก กุฏิก็รก คนที่สร้างศาลาเอาไว้ สร้างกุฏิเอาไว้ให้ มาทีไรก็เห็นรก วันหลังเราอยากได้เพิ่มอีกหลังไปบอกเขาอีก เขาก็จะบอกว่าก็หลังนี้ยังไม่มีปัญญาทำให้สะอาด แล้วจะเอาอีกหลังมาให้รกอีกทำไม ตอนนั้นก็คงได้หน้าชากันบ้าง แต่ถ้าเราทำให้สะอาดไว้ตลอดเวลา เขาจะนั่ง นอน ยืน เดิน ก็สบาย จังหวะดีๆ เขาอาจจะเข้ามาถามเองว่า “หลวงพ่อ อยากได้อีกสักหลังหนึ่งไหม? ถึงไม่มีเงิน ผมจะไปตามพรรคพวกมาสร้างให้” นี่คือเสน่ห์ของความสะอาด หรือมนต์เรียกสมบัติ ของหลวงพ่อ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ


มนต์บทที่ 2 ขยันเทศน์ ท่านบอกต่อว่า รักจะสร้างวัด พัฒนาวัด ให้ขยันเทศน์ โยมเอาข้าวมาให้ฉันที่วัดแล้วยังไม่เทศน์ให้ฟัง ไม่มีธรรมะติดใจกลับ แล้วจะคบกันทำไม?
วิธีเทศน์หรือเรื่องที่จะเทศน์ก็ง่ายๆ ให้ดูหน้าโยมว่าทุกข์เรื่องอะไร มีปัญหาเรื่องอะไร แล้วก็เทศน์ให้ตรง เทศน์ให้เจาะใจ เหมือนบ่งหนองออกจากแผล โยมสบายใจแล้ว ก็จะมาช่วยพัฒนาวัดเอง เพราะคิดว่าเงินที่ช่วยทำบุญไปเป็นโลกียทรัพย์ที่หลวงพ่อจะให้คืนกลับมาเป็น อริยทรัพย์ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่ามากนัก

มนต์บทที่ 3 ขยันนั่งสมาธิ ท่านบอกว่าต้องสอนให้ญาติโยมนั่งสมาธิด้วย เพราะถ้านั่งสมาธิเข้าถึงธรรมกายแล้วจะมองเห็นช่องทางสร้างบุญได้ทะลุปรุ โปร่ง จะสร้างวัดหรือสร้างอะไรก็ทำเสร็จทั้งนั้น นอกจากนี้คุณยายอาจารย์ ซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญยังบอกว่า “...ท่านนะ เวลาโยมถวายเงินทำบุญอะไรมา รีบเอาเงินไปทำเรื่องนั้น ทำให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ อย่าเอาเงินไปกำไว้รับปากจะสร้างศาลา ได้เงินมาต้องรีบสร้าง ว่าจะสร้างกุฏิต้องรีบสร้างยิ่งกว่านั้นจะต้องทำอะไรๆ ให้เขาเห็นผลเร็วที่สุด”

จากมนต์ทั้ง 3 บทนี้รวมทั้งหลักการที่คุณยายอาจารย์ให้ไว้ เราก็เอามาตีความกัน ตีความแล้วก็กำหนดกิจกรรมของวัดให้สอดคล้องรองรับกับหลักการ จนครบทุกอย่าง ตกลงแม้ตอนแรกเขาไม่คิดจะสร้างอะไรให้ แต่เขาก็ได้ความสะดวก ความเรียบร้อยพร้อม เดี๋ยวเขาก็มาช่วยเราเอง ก็เท่านั้นแหละ ที่มาของเงินเข้าวัด เราได้เงินมาสร้างมาพัฒนาวัดกันอย่างนี้ ไม่ได้ไปขายอะไร หรือทำธุรกิจอะไรหรอกนะ

โดย : พระราชภาวนาจารย์ (เผด็จ ทตฺตชีโว)

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

"หนึ่งเดือน(ในวัดพระธรรมกาย)ได้เรียนรู้อะไรบ้าง" จากน้องนักศึกษาชาวจีน

หนึ่งเดือนได้เรียนรู้อะไรบ้าง
จากน้องนักศึกษาชาวจีน

一個月可以學到什麼?
“ ๑ เดือน” ได้เรียนรู้อะไร?


​對於漫長的人生來說,一個月的時間可能並不算太長,但是作為只有短短十個月留學時間的我來說,在泰國的每一分每一秒都顯得彌足珍貴,因為每一秒都可以感受到不同的東西,尤其是在法身寺實習的那短暫而又寶貴的這一個月。
ช่วงเวลาที่ยาวไกลของชีวิต เวลา ๑ เดือนนั้นไม่นับว่ายาวนาน แต่สำหรับฉันแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ เพียง ๑๐ เดือนที่ได้มาศึกษาเรียนรู้ที่เมืองไทย นับว่าทุกนาทีและ ๑ วินาทีคุ้มค่าเต็มเปี่ยม เพราะว่าทุกวินาทีสัมผัสได้ถึงสิ่งต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเวลา ๑ เดือนสั้นๆ แต่ก็มากด้วยคุณค่าที่ได้มาศึกษา ณ วัดพระธรรมกาย


​在這一個月我究竟學到了什麼呢?首先就是糾正了自己對ใจเย็นๆ 的理解。我因為偶然參加了“世界和平道德會考”與寺廟結緣,而得以來近距離的感受泰國的寺廟生活。剛開始來到寺廟就覺得這裡的人都很忙綠,也非常講究效率,一點都不像之前瞭解到的對泰國人的介紹——ใจเย็นๆ 。後面瞭解到法身寺一直在推崇“世界和平”並為此正在努力著,看到寺廟的每一個人每一天都靜坐,讓內心平靜下來,才真正體會到“世界和平”的真實含義是內心的和平,而ใจเย็นๆ的含義其實是內心的ใจเย็นๆ,而不是性格的ใจเย็นๆ。
ใน ๑ เดือนนี้ ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้าง? เริ่มแรก ความเข้าใจคำว่า “ใจเย็นๆ” ของฉันได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะว่าฉันได้เข้าร่วมสอบ “การสอบปัญหาธรรมะเพื่อสันติภาพโลก” กับไปวัดทำบุญ ความรู้สึกสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับวัดอย่างดี หลังจากนั้นเป็นต้นมา  ตอนมาถึงวัดใหม่ๆ รู้สึกได้ว่า คนที่วัดนี่ภารกิจเยอะมาก และพิถีพิถันเน้นประสิทธิภาพ ต่างกับความเข้าใจแต่เดิมที่มีคนไทยแนะนำว่า “ใจเย็นๆ” ต่อมาจึงได้เข้าใจว่า วัดพระธรรมกายส่งเสริมเรื่อง “สันติภาพโลก” มาโดยตลอด และมุ่งมั่นพยายามทำเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ได้เห็นทุกคนในวัดนั่งสมาธิกันทุกวัน ทำให้ใจสงบนิ่งลง จึงได้เข้าใจจริงๆว่า “สันติภาพโลก” โดยความหมายที่แท้จริงคือ สันติภาพที่เกิดขึ้นภายในใจ และความหมายของ “ใจเย็นๆ” ก็คือ ความเย็นใจที่เกิดขึ้นจากภายใน แต่ไม่ใช่การแสดงออกทางบุคลิกภายนอกที่ “ใจเย็นๆ”

​其次是感受到了博大精深的中國文化和繁榮興盛的泰國文化的很大不同。且不說首先在寺廟建築方面就有很大的差異:中國漢傳佛教的寺廟有明顯的中國傳統建築的特點,建築佈局是一個可以對稱的平面四邊形,沿著對稱軸前後的建築承啟轉合互相呼應,大多是園林式建築格局;而泰國寺廟不斷吸收外來文化與本民族的文化相互融合,寺廟的建築看起來都相對獨立,有恢弘的尖頂佛塔,運用富有不同意義的色彩來裝飾寺廟,使寺廟看起來光彩奪目,高貴華麗,格外的大氣與神秘。進到中國的寺廟,撲面而來的就是寺裡香火的味道,而泰國的佛祖卻是用鮮花來供奉。
ตามมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันมากระหว่างวัฒนธรรมไทยที่เจริญรุ่งเรืองกับวัฒนธรรมจีนที่ลึกซึ้งและแผ่กว้างไพศาล ก่อนอื่นจะกล่าวถึงสถาปัตยกรรมอาคารของวัดซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก คือ วัดพุทธจีนมีลักษณะสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่โดดเด่น ออกแบบก่อสร้างเป็นแนวระนาบสี่เหลี่ยมสมมาตรที่สมดุล มีแนวมุมอาคารสอดรับตรงกันเป็นเชิงชั้นลดหลั่น และส่วนใหญ่เป็นสถาปัตย์ที่มีเอกลักษณ์แบบสวนป่า  แต่วัดไทยนั้นได้ดูดซับวัฒนธรรมต่างถิ่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมชนชาติในท้องถิ่น วิหารอาคารต่างๆของวัดมีลักษณะอิสระโดดเดี่ยว มีพระเจดีย์ทรงสูงที่มีปลายยอดแหลมงามสง่า และใช้สีสรรที่หลากหลายแทนความหมายต่างๆกันในการตกแต่ง ทำให้วัดดูงดงามพราวตา วิจิตรเลอค่า ให้บรรยากาศที่ดูสูงส่งและลึกลับ เพื่อเข้าไปในวัดจีน สิ่งที่พบปะก่อนสิ่งใดๆก็คือกลิ่นควันธูป แต่สำหรับประเทศไทยจะใช้ดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้า

在法身寺每一天都可以聽到法師和沙彌們念經的聲音,但是卻沒有伴隨著木魚的敲打聲。另一個很大的不同是著裝的差異。除了袈裟有很大區別外,在泰國文化中重頭輕腳,所以在寺廟裡幾乎進到每個地方都要脫鞋,僧侶也都穿拖鞋;但是中國文化中的腳是一個很神秘的東西,進到寺廟也不用脫鞋,而僧侶有專門配袈裟的鞋子。
ภายในวัดพระธรรมกาย แต่ละวันจะได้ยินเสียงพระภิกษุสงฆ์และสามเณรสวดมนต์ แต่จะไม่มี “ปลาไม้” หรือไม้เคาะจังหวะเวลาหลวงจีนสวดมนต์ การครองผ้าก็แตกต่างกันอย่างมาก นอกเหนือจากผ้าจีวรที่แตกต่างกันแล้ว วัฒนธรรมไทยจะให้ความสำคัญกับการกราบไหว้ และเดินเท้าเบาๆ ดังนั้น จะต้องถอดรองเท้าเวลาจะเข้าไปในพื้นที่อาคารต่างๆในวัด พระสงฆ์ใส่รองเท้าแตะ แต่ในวัฒนธรรมจีน คิดว่า เท้า เป็นส่วนที่ลึกลับ เข้าวัดแล้วก็ไม่ต้องถอดรองเท้า และหลวงจีนจะมีรองเท้าพระภิกษุโดยเฉพาะที่เข้ากันกับสีจีวร

​泰國佛教文化的繁榮昌盛與泰國90%以上的佛教徒是密不可分的,文化的傳承與發展必須要以人為載體。在法身寺實習的第一個週末就參加了一個寺廟為大學生舉辦的 V-Smart Camp 活動,參加活動的都是來自全國各地的大學生,這個活動不僅愉快也獲得了很多知識。在那之前也曾經和清邁大學佛學社的人一起參加過兩次類似的活動,由此可見泰國佛教尤其是法身寺一直在源源不斷的廣泛培育著優秀的文化傳承者,使得信仰的香火永不熄滅,文化的光芒永垂不朽。ความเจริญรุ่งเรื่องของวัฒนธรรมชาวพุทธในประเทศไทยกับชาวพุทธที่มีอยู่ถึง 90 เปอร์เซนต์ มีนัยยะที่ผูกพันอย่างแน่นแฟ้นและไม่แยกออกจากกัน การสืบต่อทางวัฒนธรรมจำเป็นต้องผ่านคนเป็นสะพานเชื่อมต่อ สัปดาห์แรกที่ได้เข้ามาศึกษาที่วัดพระธรรมกาย ได้ร่วม V-Smart Camp ซึ่งเป็นกิจกรรมที่วัดได้จัดสำหรับนิสิต รู้สึกทั้งมีความสุขและได้ความรู้มากมายจากกิจกรรมนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมกิจกรรม ๒ ครั้งกับชมรมพุทธของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะเห็นว่า พุทธศาสนาในประเทศไทย โดยเฉพาะวัดพระธรรมกาย ได้อบรมผู้จะได้สืบทอดวัฒนธรรมอันงดงามนี้อย่างต่อเนื่องเสมอมา ทำให้ธูปเทียนแห่งศรัทธาไม่เคยมอดดับ แสงสว่างแห่งวัฒนธรรมจะมั่นคงอยู่ ไม่เสื่อมหายไป

期間也參加過很多大型的佛教活動,每個活動都有成千上萬名虔誠的佛教徒參與其中,最為震撼的是黑夜籠罩下的佛塔前那千萬朵跳躍的燈花,讓我感覺到信仰的力量、內心的平和可以驅走黑暗,永遠光明。
ระหว่างนั้น ฉันยังได้ร่วมกิจกรรมใหญ่ๆของวัด แต่ละกิจกรรมมีสาธุชนชาวพุทธมาร่วมงานเป็นพันเป็นหมื่นคน ที่ซาบซึ้งใจที่สุด คือ ทะเลประทีปโคมไฟที่ดารดาษละลานตาหน้าเจดีย์ในยามค่ำคืน ทำให้ฉันรู้สึกถึงพลังแห่งศรัทธา สันติภาพภายในใจได้สลายความมืดสลัวให้หมดไป สว่างไสวอนันตกาล

​這是一個特別經歷,讓我近距離的接觸到了部分泰國的佛教文化,感受到中泰文化在差異下彰顯出的魅力。因果輪回,福報是自己修來的。多種善因,多修善果!
นี่เป็นประสบการณ์พิเศษ ที่ทำให้ฉันได้สัมผัสส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชาวพุทธในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด รู้สึกได้ถึงเสน่ห์ที่สะท้อนผ่านพื้นฐานวัฒนธรรมไทย-จีนที่แตกต่างกัน บุญกุศลเกิดขึ้นเนื่องจากตนได้สั่งสมมาก่อนด้วยกฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด ปลูกเหตุแห่งกุศลให้มากๆ สร้างกุศลกรรมให้มากไว้!

ขอบคุณ
พอจ.สุชิน แปลเป็นไทย

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

为什么喜欢法身寺?ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย?


为什么喜欢法身寺?ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย?
        ระยะทางจากกรุงเทพถึงสถานที่แห่งหนึ่งทางทิศเหนือเป็นระยะทางกว่า 22 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย สถานที่นั้นก็คือ วัดพระธรรมกาย ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดด้วยเช่นกัน ที่นี่เป็นวัดที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และสงบมีกิจกรรมทางด้านศาสนาพุทธไว้มากมาย วัดพระธรรมกายต้องการคนที่รักศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่จะสามารถทำให้พระพุทธศาสนายืนหยัดต่อไปได้ เพื่อจะขยายไปทั่วโลก จึงได้ส่งเสริมภาษาเพื่อที่จะเผยแพร่ศาสนา วัดพระธรรมกายได้ส่งพระภิกษุไปศึกษาในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
         距离曼谷向北行驶二十多公里的有这么一个地方,远离城市喧嚣,是的这里就是法身寺。这也是泰国佛教的一大象征同时也是世界上最大的寺庙。这个神圣而又宁静的寺院会举办各种各样的佛教法会。法身寺要求佛法弘扬者能立足佛教的整体,面向全世界,培养与其它语系佛教交流的人才。法身寺先后派出许多僧人到国外留学。

        นี้เป็นช่วงเวลาที่ดี ที่น่าจดจำ ทุกย่างก้าวที่ได้เดินผ่านทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกสบาย ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้มาฝึกงานและเรียนรู้ที่นี้ ได้พบผู้คนที่น่ารัก อยากจะขอบคุณวัดพระธรรมกายที่ได้มอบโอกาสเช่นนี้ให้กับฉัน  นี้เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน จำได้ว่าสี่อาทิตย์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหยาดเหงื่อ  ในขณะเดียวกัน ทำให้ฉันเข้าใจตัวเองชัดเจนขึ้นไม่เหมือนกับนักศึกษาฝึกงานแต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น  ที่นี่ทุกคนล้วนเป็นคุณครูของฉัน ทุกๆวันพระอาจารย์จะนำพวกฉันสวดมนต์ สอนให้สวดมนต์และวิธีการนั่งสมาธิที่ถูกต้อง ทั้งยังได้สนทนาธรรม เป็นการเปิดโอกาสให้ฉันได้ซักถามข้อสงสัยและอธิบายให้พวกฉันเข้าใจมากขึ้น  ในชีวิตประจำวันพระอาจารย์และพี่ๆได้สอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวพุทธ ทั้งยังดูแลเอาใจใส่พวกฉันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนการสอน หรือจะเป็นด้านความคิดล้วนต้องคิดถึงความรู้สึกของผู้อื่นด้วย ฉันค่อยๆเปลี่ยนแปลงพึ่งพาผู้อื่นและรับรู้ถึงความรู้สึกของคนใกล้ชิด ความรู้สึกนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงและก็ไม่ได้เข้าข้างแต่มันเป็นเรื่องจริง
         在美好的一段时节,记下一段美好的时光,在这里走过的每一步让人有最大程度的舒适感。我很幸运能够到这里是实习亦或是学习,遇见那么多可爱的人儿,真的很感谢法身寺能给予我这样的机会。这里生活的点点滴滴,记住在四周环绕的欢笑和汗水。同时,让我更加清楚的明白自己不像是实习生而是一名真真切切的学生。这里的每一位都是我们的老师,法师每天带着我们做早晚课教我们诵经如何正确的打坐、给我们讲解佛法,对我们所提出的问题都不厌其烦的为我解答。在生活中这些法师和姐姐们教我们礼节性的东西,无微不至的照顾我们无论是生活上学习上还是思想上都超级体贴,慢慢的就变成了一种依赖一种对亲人的感情,这种感情没有浮夸也没有很矫情只是真情。


         ที่นี่ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขจนไม่มีเวลาคิดอะไรเรื่อยเปื่อย มันเป็นความรู้สึกนุ่มๆเบาๆ ทุกๆวันฉันได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำความดีได้บุญ ต้องขอบคุณทุกคนที่นี่ ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเป็นการฝึกงานที่ดี  พระภิกษุและสามเณรอาศัยในกุฏิที่ท่านสร้างเองจากใบจาก มองดูจากด้านนอกแล้วดูเรียบง่ายเหมือนสมัยเก่า ทำให้คนคิดไปถึงสมัยโบราณ
         在这里的每一天都很充实,充实到没有时间胡思乱想,喜欢这样的旋转的感觉。每一天都不会重复,都会有着不一样的体会,在这里做的每一件善事都会得到功德:真的很感谢这里的每一个人,感谢有这么一次很不错的实习。比丘、沙弥的住房都是他们自己搭的茅蓬,从外面看,古朴、陈旧,使人想起遥远的古代。

       ตั้งแต่แรกวัดพระธรรมกายจัดตั้งชมรมพุทธในกรุงเทพ  ชมรมพุทธประกอบไปด้วยนักเรียนนักศึกษา นักเรียนที่กระตือรือร้นในด้านพระพุทธศาสนาก็จะเป็นหัวหน้า คนที่ออกบวชก็จะมีบทบาทสำคัญในการแนะนำสั่งสอน ชมรมพุทธคือความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับนักเรียนนักศึกษา ทุก ๆ ปิดเทอมหน้าร้อน ชมรมพุทธต้องการจัดให้วัยรุ่นได้มาร่วมกิจกรรมที่วัดพระธรรมกายกับ “ค่ายปฏิบัติธรรม”  ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในค่ายนี้จะต้องถือศีลแปด ทั้งการปฏิบัติ การอยู่ การนั่ง การนอน เหมือนกับพระภิกษุที่เดินธุดงค์หนึ่งเดือน  ความเป็นจริง ค่ายปิดเทอมแบบนี้เพื่อให้วัดได้ปลูกฝังสิ่งที่ดีในหลาย ๆ ด้าน  มีนักศึกษาที่จบแล้วเลือกที่จะออกบวช อุทิศตัวเองเพื่อพระพุทธศาสนา และยังมีอุบาสก อุบาสิกาและฆราวาสที่ตั้งใจช่วยงานพระพุทธศาสนา ได้มีส่วนร่วมในการบริหารและเผยแพร่ศาสนา แม้หลายคนจบการศึกษาเข้าสู่สังคม แต่ก็ยังคงปกป้องศาสนาต่อไป
        从很早开始,法身寺就在曼谷组织了青年佛学社。佛学社由在校大学生组成,学生中的学佛积极分子担任领导,出家人只起指导的作用。佛学社是寺院和大学生之间联系的中介。每年暑期,佛学社都要组织许多青年人到法身寺参加“佛法薪传者夏令营”。每一位营员都要持守八戒,并在行、住、坐、卧中如比丘般守头陀行一个月。事实是,这样的夏令营为法身寺培养了多方面的人才。有的人大学毕业后出家为僧,献身佛教;有的来寺做常住的八戒居士,参与管理和弘法工作;许多人即使毕业走向社会,也仍然是寺院的护法。

      สำหรับความรู้สึกต่อวัดพระธรรมกายนั้นยากที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ จำเป็นต้องมาสัมผัสให้เห็นด้วยตัวเอง
      对法身寺的感觉好像是言语无法表达的需要我们走进去亲身体验!

      น้องแพรว นักศึกษาม.คุนหมิง มีใจรักด้านการสอนและชอบนั่งสมาธิ ปีนี้ได้มาศึกษาที่ ม.เชียงใหม่ และได้เข้าร่วมกิจกรรมชมรมพุทธ มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัด มีงานวีสตาร์ มาฆบูชาเป็นต้น และเป็น 1ใน 3 ของนักศึกษาชาวจีนที่ได้มาฝึกสอนที่รร.พระปริยัติธรรมวัดพระธรรมกาย 1 เดือน
   ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เป็นกัลยาณมิตรและน้องแพรวมา ณ โอกาสนี้ สาธุๆๆ

 

为什么喜欢法身寺?ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย? น้องกิตติ


为什么喜欢法身寺?ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย?
     說到寺廟,首先想到的就是端莊的大雄寶殿和肅穆的佛像,那是很多信徒心靈的寄託,但是來到法身寺,我感受到了不一樣的佛,不一樣的法。

     กล่าวถึงวัดพระธรรมกาย เริ่มต้นฉันนึกถึงพระอุโบสถที่งามสง่าและพระประธานที่น่าเกรงขามสงบนิ่ง และเป็นที่พึ่งแก่สาธุชนมากมาย ทว่ามาถึงวัดพระธรรมกาย ฉันรู้สึกได้ถึงความความแตกต่างของพระพุทธรูปและธรรมะ

      我只在不怎麼起眼的大雄寶殿看到過一尊佛祖的塑像,但是寺廟裡面卻不缺少佛陀的韻味。所有的僧人都對佛法無比的崇敬,就算是寺廟裡的居士,也都是個個皈依我佛的虔誠子弟。
    ฉันเห็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ประดิษฐานในพระอุโบสถที่ดูเรียบไม่สะดุดตา ทว่ากลิ่นอายของพระสัมพุทธเจ้าที่ปรากฎภายในวัดก็ไม่ได้เจือจางไป พระสงฆ์ทุกรูปต่างมีความเคารพต่อพุทธธรรม แม้แต่สาธุชนในวัดก็เป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระตถาคตเจ้า

我喜歡在早晚課的時候聽那些大比丘念經,因為他們的誦經聲能讓我感覺到佛祖和佛法的存在。每一個音節,每一次換氣都整齊劃一,沒有一點混亂,給人一種與世無爭但又積極向上的感覺。沒有很高的修為是做不到這樣的。
      ฉันชอบฟังคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเช้า-วัตรเย็น เพราะว่าเสียงสวดมนต์ของพระคุณเจ้าทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมยังคงอยู่ ทุกช่วงเสียงของการสวดมนต์และทุกช่วงหยุดพักหายใจ สวดในจังหวะที่พร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงไม่แตกแถวแม้เล็กน้อย ให้ความรู้สึกที่ปราศจากความสับสนอย่างโลกๆ ฟังแล้วรู้สึกจิตใจถูกยกให้ให้สูงขึ้น

     如果你心情浮躁,不知道如何讓自己沉靜下來,或者你也不知道你想做什麼該做什麼,就來法身寺跟著大師們誦經打坐吧。也許你會質問我說不是連像樣的佛像都沒有看到嗎?我告訴你,在這裡,每一個人的心中都有一尊佛。
      หากคุณรู้สึกขุ่นเคืองร้อนใจ ไม่รู้จะสงบจิตสงบใจอย่างไรดี หรือยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร ควรทำอะไร ก็มาวัดพระธรรมกายร่วมสวดมนต์นั่งสมาธิกับพระท่านได้ หรือคุณอาจจะอยากถามฉันว่า ทำไมในวัดไม่เห็นแม้แต่พระพุทธรูป  ฉันบอกคุณได้ว่า ในใจของทุกๆคนมีแต่องค์พระ

     很多人跪在佛像面前祈求佛祖保佑自己脫離苦海,那是於事無補的,在這裡師父們會教你如何做一個真真正正的人,告訴你能解脫你自己的人只有你自己,佛陀只不過是你的指路人而已。
信佛陀,得永生。
   คนมากมายอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปขอพรให้พระพุทธเจ้าคุ้มครอง เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์ยาก ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร พระสงฆ์ที่นี่จะสอนว่า การจะเป็นคนดีต้องทำอย่างไร ซึ่งคุณจะพ้นทุกข์ได้จริงก็ต้องช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเพียงเป็นผู้ชี้ทาง บอกทางให้คุณเท่านั้น

ศรัทธาในพระพุทธองค์ จักได้ชีวิตนิรันดร์

    น้องกิตติ นักศึกษาม.คุนหมิง มีความถนัดด้านศิลปะ ปีนี้ได้มาศึกษาที่ ม.เชียงใหม่ และได้เข้าร่วมกิจกรรมชมรมพุทธ มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัด มีงานวีสตาร์ มาฆบูชาเป็นต้น และเป็น 1ใน 3 ของนักศึกษาชาวจีนที่ได้มาฝึกสอนที่รร.พระปริยัติธรรมวัดพระธรรมกาย 1 เดือน
   ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เป็นกัลยาณมิตรและน้องกิตติมา ณ โอกาสนี้ สาธุๆๆ

ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย 为什么喜欢法身寺? น้องแพรว

ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย

      ฉันเป็นนักศึกษา(จีน)แลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีโอกาสมาฝึกงานหนึ่งเดือนในวัดพระธรรมกาย ในหนึ่งเดือนนั้นเรียนรู้ได้หลายเรื่อง สำคัญที่สุดนั้นคือสามารถมองปัญหาจากอีกมุมหนึ่ง เช่น ฉันตั้งแต่แรกเกิดก็อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัฒนธรรมจีน ได้มีโอกาสมองสิ่งต่างๆ ออกจากวัฒนธรรมที่คุ้นเคยมาแล้ว ก่อนที่เรียนรู้ภาษาไทยนั้น ฉันคิดว่า วัดต่างๆทั้งหมดก็เหมือนวัดเส้าหลิน
       ก่อนที่มาวัดพระธรรมกาย ฉันรู้ว่าพระเถรวาทสามารถฉันเนื้อสัตว์ หลังจากมาวัดพระธรรมกาย เห็นเหมือนโลกใหม่โลกที่ไม่เคยเห็นมา รู้สึกโชคดีได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในชาวโลกที่สามารถมีโอกาสได้ยินได้รู้

为什么喜欢法身寺?
​我是一名清迈大学的交换生,因为机缘巧合得以到法身寺实习一个月。在那一个月中感受到了很多东西,最主要的就是看待问题应该跳出固有的思维。比如自小被中国文化熏陶的我们来到其他文化圈子中就应该跳出原本的文化思维去看待新的事物。接触泰语以前,我以为寺庙都像少林寺那样;来到法身寺之前,我只知道南传佛教的僧侣是可以吃荤;来到寺庙实习了之后,看到了一个焕然一新的世界,很幸运能作为这个世界的一份子去感受它的一呼一吸。


        วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่สามารถเป็นตัวแทนของวัดในเมืองไทย ในขณะเดียวกันก็เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี้มีกิจกรรมต่างๆ เยอะแยะมากมาย เช่น มาฆบูชา เดินธุดงค์ ถวายภัตตาหาร คนที่มาร่วมกิจกรรมมีความศรัทธาอย่างสูง แล้วก็เรียบร้อย ไม่ว่ากิจกรรมใหญ่แค่ใหน คนมามีเท่าไหร่ ก็ไม่เคยเห็นมีขยะเต็มทุกที่  
        อยู่ในวัดไม่ว่าจะเป็นพระสามเณร โยมหรือเจ้าหน้าที่ ทุกวันก็มีรอยยิ้มซึ่งกันและกัน แม้ว่าทุกคนอยู่ในวัดส่วนใหญ่ก็มีงานเยอะและยุ่งมาก แต่ว่าก็ทำให้คนรู้สึกสงบนิ่ง ที่ว่านี้คือเหตุผลที่ทำทุกคนได้สงบนิ่ง เพราะว่าที่นี้แม้ว่ามีงานเยอะหรือยุ่งแค่ใหน ก็จะแบ่งเวลาปฏิบัติธรรม ทำให้จิตใจมีความสุขและหยุดนิ่งภายใน

​法身寺不仅是泰国最具有代表性的寺庙,同时也是世界上最大的寺庙。这个神圣的地方随时都会举办一些佛教活动,比如万佛节灯会、头陀行活动、供养膳食等,来参加活动的人虔诚而有秩序,所以无论举办多大的活动、有多少人来参加都没有出现场面失控以及垃圾遍地的现象。
​无论是寺庙的法师、沙弥、居士还是一般的工作人员都每天以微笑着面对他人。因此虽然大多时候寺庙的事情都很多、大家都很忙,可还是给人一种安静平和的感觉,可能就是由于这个地方的每个人无论多忙都会静坐,使得内心无比的平和与安定吧。

森晖 Sen-Hui แนน

     น้องแนนเป็นนักศึกษาม.คุนหมิง สอบ world-pec รุ่นแรกของคุนหมิงและสอบได้อันดับ 1 ด้วย ปีนี้ได้มาศึกษาที่ ม.เชียงใหม่ และได้เข้าร่วมกิจกรรมชมรมพุทธ มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัด มีงานวีสตาร์ มาฆบูชาเป็นต้น และได้มาฝึกสอนที่รร.พระปริยัติธรรมวัดพระธรรมกาย 1 เดือน
   ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เป็นกัลยาณมิตรและน้องแนนมา ณ โอกาสนี้ สาธุๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย สุพัตรา เงินขาว (Suphatra Ngunkhao)

ทำไมจึงรักวัดพระธรรมกาย

第一次去寺庙就对禅有印象了,感受到禅定的幸福,然后与各位僧侣见面,与各位志愿者在寺庙分享最好的事情, 尤其听到两位和尚的训话 更加感激,让人们变成好人,持斋,共同建设福德。没有多久就30周年了
  đến chùa lần đầu tiên vì có ấn tượng với thiền, cảm nhận được hạnh phúc từ thiền định và đã được gặp các vị tăng sĩ, các anh chị làm công quả tình nguyện tại chùa giúp đỡ, chia sẻ tất cả những điều hay nhất và khi được nghe lời dạy của cả hai vị thượng toạ lại càng cảm kích, làm cho ta trở thành người tốt, giữ giới và cùng nhau tạo phước cho đến hiện tại và chỉ còn không bao lâu nữa là đã tròn 30 năm rồi.
ເຂົ້າວັດຄັ້ງທຳອິດ ເພາະປະທັບໃຈໃນການນັ່ງສະມາທິ ໄດ້ພົບຄວາມສຸກຈາກສະມາທິ ໄດ້ພົບພະອາຈານແລະເອື້ອຍອ້າຍ ອາສາສະໝັກ ທີ່ໄດ້ມອບແຕ່ສິ່ງດີໆໃຫ້ ແລະເມື່ອໄດ້ຟັງຄຳສອນຂອງຫລວງພໍ່ທັງສອງກໍ່ຍິ່ງຊາບຊຶ້ງ ເຮັດໃຫ້ເຮົາເປັນຄົນດີ ຮັກສາສິນ ຮັກໃນການສະສົມບຸນ ແລະໄດ້ຮ່ວມສ້າງບາລະມີມາຈົນເຖິງປັດຈຸບັນ ເຊິ່ງອີກບໍ່ຈັກປີກໍ່ຈະຄົບ30ປີແລ້ວ

สุพัตรา เงินขาว ສຸພັດຕາ ເງິນຂາວ (Suphatra Ngunkhao)